
|
ให้กดเครื่องคิดเลขตามลำดับดังนี้ |
2 |
+ |
3 |
X |
4 |
= |
? |
Q ถ้าผลลัพธ์คือ 20
แสดงว่าเครื่องคิดเลขมีตรรกะการคิดแบบ เลขคณิต (คิดเลขแบบเด็กเล็กๆ)
R
เครื่องคิดเลขชนิด เลขคณิต
ไม่มีปุ่มฟังก์ชันที่ซับซ้อน
ถ้าผลลัพธ์คือ
14 แสดงว่าเครื่องคิดเลขมีตรรกะการคิดแบบ พีชคณิต (คิดเลขแบบเด็กโตแล้ว)

เครื่องคิดเลขชนิด
พีชคณิต มักมีปุ่มฟังก์ชันต่างๆ

เครื่องคิดเลขชนิด เลขคณิต (arithmetic) จะทำจากทางซ้ายไปทางขวาเสมอ
โดยไม่คำนึงว่าเครื่องหมายใดมีลำดับความสำคัญมากกว่ากัน แต่เครื่องคิดเลขชนิด พีชคณิต (algebra) จะทำ ´, ¸ ก่อน
โดยถ้าเครื่องหมายสองตัวนี้อยู่ด้วยกันก็จะทำจากทางซ้ายไปทางขวา แล้วจึงทำ +, - ทีหลัง ดังนั้น การคำนวณตัวเลขข้างต้น จะต้องคิดแบบพีชคณิตดังนี้ 2
+ 3 ´ 4 = 2 + 12 = 14
|
ดังนั้นเครื่องคิดเลขชนิด เลขคณิต ให้ทำดังนี้ |
3 |
X |
4 |
+ |
2 |
= |
14 |
|
เรื่องอื่นๆที่นำเสนอ ( ข้อสังเกต
ตัวหนังสือสีดำบางแห่งอาจจะอยู่ต่ำกว่าความเป็นจริง ) |
|
|
แนวข้อสอบเรื่องดอกเบี้ย (สำหรับนศ.ที่เรียน MA101) |
|

|
ก |
ารคำนวณดอกเบี้ย
โดยเฉพาะดอกเบี้ยทบต้น จำเป็นต้องใช้เครื่องคิดเลข
ซึ่งการได้รู้จักชนิดของเครื่องคิดเลข และใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพ
จะอำนวยประโยชน์ต่อการคำนวณดอกเบี้ยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ในเอกสารชุดนี้
จึงเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบชนิดของเครื่องคิดเลข เทคนิคการใช้เครื่องคิดเลข
และแนวทางการทำข้อสอบเรื่องดอกเบี้ย
เพื่อให้ผู้เรียนมีความคุ้นเคยกับการใช้เครื่องคิดเลขในการคำนวณดอกเบี้ย
การสอบปลายภาคเรื่องดอกเบี้ยในวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานทุกครั้งจำเป็นต้องใช้สูตรทั้งหมดที่ได้นำมาเสนอนี้
ดังนั้น
หากนักศึกษาที่เรียนวิชาดังกล่าวได้ฝึกใช้เครื่องคิดเลขตามคำแนะนำในเอกสารชุดนี้แล้ว
ผู้เขียนเชื่อว่านักศึกษาจะสามารถคำนวณดอกเบี้ยได้ทุกคน
สรุปสูตรดอกเบี้ย (Interest: I)
1.
ดอกเบี้ยคงต้น (simple)
ดอกเบี้ยคงต้นคือ I = prt
เงินรวมคือ
S = P
+ I = P(1+rt) โดย t
มีหน่วยเป็นปีเสมอ
2.
ดอกเบี้ยทบต้น (compound)
S =
, I = S P และ re = ![]()
เมื่อ
,
, c คือ จำนวนครั้งที่ทบต้นในเวลา 1 ปี
และ re คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีผล (effective) ในเวลา 1
ปี
3.
เงินผ่อน (installment)
เงินผ่อนรายงวดแบบไม่ลดต้นไม่ลดดอก (flat rate) คือ R = ![]()
เงินผ่อนรายงวดแบบลดต้นลดดอกคือ R = P![]()
เงินต้นคงเหลือหลังผ่อนไปแล้ว k งวดคือ
P = 
ดอกเบี้ยคือ I = nR P
การคำนวณดอกเบี้ยจากสูตรข้างต้น
ผู้เรียนจะต้องมีความสามารถในการใช้เครื่องคิดเลข
เพื่อคำนวณค่าให้ได้ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน จนถึงระดับที่ตัวส่วนมีความซับซ้อน ดังนี้
1.
การทำเลขยกกำลังที่เป็นบวก
2.
การหารเศษส่วนธรรมดา (ตัวส่วนไม่มีความซับซ้อน)
3.
การทำเลขยกกำลังที่เป็นลบ
4.
การหารเศษส่วนเมื่อตัวส่วนมีความซับซ้อน
1. การทำเลขยกกำลังที่เป็นบวก
เลขยกกำลังคือ ab = a´a´a´
´a หมายถึง a คูณกันจำนวน b ครั้ง (มี a
อยู่ b ตัว)
ตัวอย่าง 1 จงหาค่า 23
วิธีที่ 1 วิธีปกติ
|
2 |
´ |
2 |
´ |
2 |
= |
8. |
วิธีที่ 2 ใช้ฟังก์ชันยกกำลัง (xy) ดังนี้
|
2 |
xy |
3 |
= |
8. |
วิธีที่ 3 กดเครื่องหมาย "´
สองครั้ง แล้วกด "= เป็นจำนวนน้อยกว่ากำลังอยู่ 1
ครั้ง ดังนี้
|
2 |
´ |
´ |
= |
= |
8. ซึ่งมีค่าเท่ากับ 2´2´2 (กด "=" จำนวน 2
ครั้ง เพราะกำลังคือ 3) |
เครื่องคิดเลขที่ไม่มีฟังก์ชัน
ให้กดฐานก่อน ตามด้วยการกดคูณสองครั้ง แล้วจึงกด "=" น้อยกว่ากำลังอยู่หนึ่งครั้ง
ดังนั้นวิธีการกด ab ก็คือ ให้กดฐาน a และกดคูณสองครั้ง แล้วจึงกด "=" จำนวน b
- 1 ครั้ง เช่น การหาค่า 210
ให้กดฐานคือ 2 ตามด้วยการกดคูณสองครั้ง แล้วจึงกดยกกำลัง คือ
การกด "=" จำนวน 9 ครั้ง
เป็นต้น จงสังเกตการหาค่า 24 และ 210 ต่อไปนี้ (ให้ผู้เรียนทดลองกดดู)
|
24 คือ |
2 |
´ |
´ |
= |
= |
= |
16. |
|
||||||
|
210 คือ |
2 |
´ |
´ |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
1024. |
|

ตัวอย่าง 2 จงหาค่า (1.987654321)3
ถ้ากดตาม วิธีที่ 1 จะเสียเวลา
เพราะต้องกดฐาน 1.987654321 ซ้ำ ๆ กันถึง 3 ครั้ง
|
วิธีที่
2 ใช้ฟังก์ชันยกกำลัง |
1.987654321 |
xy |
3 |
= |
7.852764465 |
|
|
|
วิธีที่
3 ใช้วิธีกดคูณสองครั้ง |
1.987654321 |
´ |
´ |
= |
= |
7.852764465 |
|
หมายเหตุ วิธีที่ 3 มีประโยชน์สำหรับเครื่องคิดเลขที่ไม่มีฟังก์ชันยกกำลัง
(xy)
2. การหารเศษส่วนธรรมดา
(ตัวส่วนไม่มีความซับซ้อน)
ตัวอย่าง จงหาค่า ![]()
วิธีที่ 1 วิธีปกติ
|
2 |
¸ |
3 |
= |
0.666666666 |
วิธีที่ 2 การใช้ฟังก์ชัน 1/X
|
3 |
Shift |
1/X |
´ |
2 |
= |
0.666666666 |
|
ส่วน
|
ใช้ 1/X
|
|
|||||
3. การทำเลขยกกำลังที่เป็นลบ
|
การลบกัน
ใช้ปุ่ม |
- |
และเลขลบหรือกำลังลบ ใช้ปุ่ม |
± |
หรือปุ่ม |
+/- |
แล้วแต่เครื่องคิดเลข |
ตัวอย่าง จงหาค่า ![]()
วิธีที่ 1 เครื่องคิดเลขที่มีฟังก์ชันยกกำลัง
ให้กดฐาน กดกำลัง แล้วจึงกดเครื่องหมาย ดังนี้
|
2 |
XY |
3 |
± |
= |
0.125 |
|
|
ฐาน |
กำลัง 3 |
(โดย ± คือ
การใส่เครื่องหมายลบหน้าเลข 3) |
||||
ä เครื่องที่มีฟังก์ชัน
1/X ให้หาค่า 23
ก่อน แล้วจึงใช้ฟังก์ชัน 1/X ดังนี้
|
2 |
´ |
´ |
= |
= |
Shift |
1/X |
= |
0.125 |
|
หา 23
|
ใช้ 1/X |
|
||||||
ä
เครื่องที่ไม่มีฟังก์ชัน 1/X ให้หา 23 ก่อน
ซึ่งได้ 8 แล้วจึงทำ 1 ¸ 8 จะได้ 0.125
(ให้ผู้เรียนทดลองคำนวณดู)
วิธีที่ 3 ให้กดเครื่องหมาย " ¸ สองครั้งแล้วกด "=
เป็นจำนวนมากกว่ากำลัง (โดยไม่คิดเครื่องหมายลบ) อยู่ 1 ครั้ง ดังนั้น
ให้กดเครื่องหมาย
"= จำนวน 4 ครั้งดังนี้
|
2 |
¸ |
¸ |
= |
= |
= |
= |
0.125 |
ตัวอย่างอื่นๆ
|
|
2 |
¸ |
¸ |
= |
= |
= |
= |
= |
0.0625 กด "=" จำนวน 5 ครั้ง |
|
||||||
|
|
2 |
¸ |
¸ |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
= |
0.0009765625 |
|

4. การหารเศษส่วนเมื่อตัวส่วนมีความซับซ้อน
ตัวอย่าง จงหาค่า ![]()
วิธีที่ 1 เครื่องที่มีวงเล็บ ให้เขียน
=
แล้วคำนวณทางขวามือดังนี้
|
10 |
¸ |
( |
1 |
- |
2 |
XY |
3 |
± |
) |
= |
11.42857143 |
วิธีที่ 2 เครื่องที่ไม่มีวงเล็บ แต่มีฟังก์ชัน 1/X ให้เขียน
=
แล้วคำนวณดังนี้
|
1 |
- |
2 |
XY |
3 |
± |
= |
Shift |
1/X |
´ |
10 |
= |
11.42857143 |
|
|
ทำส่วน |
ใช้ 1/X |
คูณ 10 |
|
||||||||||
วิธีที่ 3 เครื่องที่ไม่มีวงเล็บและไม่มีฟังก์ชัน 1/X
ให้เขียน
=
=
แล้วทำดังนี้คือ ทำ
ก่อน
จะได้ 0.875 แล้วจึงทำ 10 - .875
ซึ่งจะได้ 11.42857143 (เสียเวลามากกว่า 2 วิธีแรก)
|
คิดอย่างไรจึงจะเรียนเรื่องดอกเบี้ยให้ได้ผล เคล็ดลับในการเรียนเรื่องดอกเบี้ยให้ได้ผลก็คือ
การคิดดังนี้ 1. สมมุติว่าตนเองเป็นเจ้าของกิจการ
SME ชนิดหนึ่ง และต้องการคำนวณเงินผ่อนให้ลูกค้า
โดยคิดดอกเบี้ยแบบแฟลตเรท จะคิดได้อย่างไร หรือ
อาจไม่คิดเอง แต่ต้องการสอนให้พนักงานคำนวณเงินผ่อนดังกล่าวแทน
จะสอนเขาได้อย่างไร (สำหรับทำโจทย์ข้อ 3.1) 2. สมมุติว่าตนเองเป็นพนักงานสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่งและมีหน้าที่คำนวณเงินผ่อนให้ลูกค้าโดยธนาคารคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกจะทำได้อย่างไร
(สำหรับทำโจทย์ข้อ 3.2 หวังว่าผู้เรียนคงไม่คิดลาออกจากธนาคารด้วยเหตุผลคิดดอกเบี้ยไม่เป็นนะ
เสียชื่อสถาบันที่เรียน) 3. สมมุติว่ามีผู้มาขอความช่วยเหลือ โดยมาขอคำปรึกษาว่าเขาควรจะเลือกลงทุนกับแหล่งใดจึงจะได้ดอกเบี้ยมากกว่ากัน
ถ้าแหล่งแรกจ่ายดอกเบี้ยด้วยอัตรา 6% ทบต้นทุกเดือน
และแหล่งที่สองจ่ายดอกเบี้ยด้วยอัตรา 6.05% ทบต้นทุกหกเดือน
(สำหรับทำโจทย์ข้อ 3.5) 4. สมมุติว่าตัวนักศึกษาเองผ่อนรถยนต์มาแล้ว 40 งวด
และต่อมาไม่ต้องการผ่อนอีกต่อไปแล้ว อยากทราบว่าจะต้องจ่ายเงินต้นคงเหลือเท่าใดจึงจะหมดหนี้สิน
(สำหรับทำโจทย์ข้อ 3.6) |
แนวข้อสอบ เรื่อง ดอกเบี้ย (ข้อ 3)
โจทย์สำหรับข้อ 3.1 - 3.3 และข้อ 3.6 รถยนต์ยี่ห้อ X ราคาเงินสด
500,000 บาท
ผ่อนชำระรายเดือนเป็นเวลา 4 ปี
อัตราดอกเบี้ย 6%
3.1
ถ้านายสมหวังต้องการซื้อรถยี่ห้อ X
จงหาจำนวนเงินผ่อนรายเดือน ถ้าบริษัทคิดดอก
เบี้ยแบบแฟลตเรท
3.2
ถ้านายสมหวังกู้เงินจากธนาคารเป็นจำนวนเงินเท่ากับราคารถ
เพื่อซื้อรถเป็นเงินสด
แล้วผ่อนรายเดือนกับธนาคารเป็นเวลา 4 ปี โดยธนาคารคิดดอกเบี้ย 6% ทบต้นทุก
เดือน จงหาจำนวนเงินผ่อนรายเดือน
3.3
ดอกเบี้ยในข้อ 3.1 และ 3.2 ต่างกันกี่บาท
3.4
ถ้านางสมหญิงนำเงินสด 500,000 บาท ไปฝากธนาคาร จงหาดอกเบี้ยเมื่อครบ 4 ปี
ถ้าธนาคารคิดดอกเบี้ย 6% ทบต้นทุกครึ่งปี
3.5
ในเวลา 1 ปี
ดอกเบี้ยแบบใดมากกว่ากันระหว่างอัตรา 6% ทบต้นทุกเดือนกับอัตรา
6.05% ทบต้นทุกหกเดือน (ทุกครึ่งปี)
3.6
จากข้อ 3.2 ถ้านายสมหวังชำระไปแล้ว 40 งวด จงหาเงินต้นคงเหลือ
วิธีทำ 3.1 ถ้าบริษัทคิดดอกเบี้ยแบบแฟลตเรทแล้ว
เงินผ่อนรายงวดคือ ![]()
เงินรวมแบบคงต้นคิดได้ 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 ใช้สูตร S = P + I และวิธีที่ 2 ใช้สูตร S = P(1+rt)
วิธีที่ 1 I = prt =
500,000(6%)(4) = 500,000(
)(4) = 500,000´6¸100´4
การกดเครื่องคิดเลขเพื่อหาดอกเบี้ย
ทำได้ดังนี้
|
500000 |
´ |
6 |
¸ |
100 |
´ |
4 |
= |
120000. |
เงินรวมแบบคงต้น S = P + I = 500,000 + 120,000 = 620,000
จำนวนงวด = 4 ปี ๆ ละ 12 งวด = 48 งวด
ดังนั้น เงินผ่อนรายงวดคือ
=
= 12,916.67 บาท
วิธีที่ 2
เงินรวมแบบคงต้น S = P(1+rt) = 500,000(1+6%
4)
= 500,000(1+![]()
4) = 500,000(1+
)
ลำดับการคำนวณคือ ให้ทำในวงเล็บก่อน โดยถ้ามี ´, ¸ อยู่ด้วยกัน
ให้ทำจากซ้ายไปขวา ดังนี้
|
6 |
¸ |
100 |
´ |
4 |
+ |
1 |
= |
´ |
500000 |
= |
620000. |
|
หรือ |
500000 |
´ |
( |
1 |
+ |
6 |
¸ |
100 |
´ |
4 |
) |
= |
620000. |
ขั้นตอนต่อไป การหาเงินผ่อนรายงวด ก็คิดแบบวิธีที่ 1 #
3.2 นายสมหวังกู้เงินจากธนาคารเป็นจำนวนเงินเท่ากับราคารถ
เพื่อซื้อรถเป็นเงินสด แล้วผ่อน
รายเดือนกับธนาคารเป็นเวลา 4 ปี โดยธนาคารคิดดอกเบี้ย 6% ทบต้นทุกเดือน คิดได้ดังนี้
เงินต้นคือ P = 500,000 อัตราดอกเบี้ยต่องวดคือ i =
=
=
=
= 0.005
และจำนวนงวดคือ n = ct = (12)(4) = 48
โดยธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเสมอ ดังนั้น เงินผ่อนรายงวดคือ
R = P
= 500,000
= 500,000
การใช้เครื่องคิดเลข ให้ทำในวงเล็บก่อน แล้วจึงคูณ 500,000 ดังนี้
|
.005 |
¸ |
( |
1 |
- |
1.005 |
XY |
48 |
± |
) |
´ |
500000 |
= |
11742.51453 |
ดังนั้น เงินผ่อนรายงวดคือ 11,742.51 บาท (วิธีอื่น ๆ ให้ผู้เรียนทดลองคำนวณดูเอง) #
3.3 ดอกเบี้ยในข้อ 3.1 และ 3.2 ต่างกันกี่บาท
ข้อ 3.1 ดอกเบี้ย I = nR P = 48´12,916.67
500,000 = 120,000
ข้อ 3.2 ดอกเบี้ย I = nR P = 48´11,742.51
500,000 = 63,640.48
ดอกเบี้ยต่างกัน 120,000 -
63,640.48 = 56,359.52 บาท #
3.4
นางสมหญิงนำเงินสด 500,000 บาท ไปฝากธนาคาร และต้องการหาดอกเบี้ยเมื่อครบ 4 ปี
โดยธนาคารคิดดอกเบี้ย 6% ทบต้นทุกครึ่งปี
สามารถทำได้ดังนี้
S =
=
=
=
= ![]()
|
1.03 |
XY |
8 |
´ |
500000 |
= |
633385.0407 หรืออาจกดแบบต่อไปนี้ก็ได้คือ |
|
500000 |
´ |
1.03 |
XY |
8 |
= |
633385.0407 |
ดังนั้น ดอกเบี้ยคือ I = S P = 633,385 500,000 = 133,385 บาท #
3.5
ในเวลา 1 ปี
ดอกเบี้ยแบบใดมากกว่ากัน ระหว่างอัตรา 6% ทบต้นทุกเดือนกับอัตรา
6.05% ทบต้นทุกหกเดือน
ä
อัตราดอกเบี้ย 6% ทบต้นทุกเดือน จะมีผลในเวลา 1 ปีดังนี้
(ทบต้นทุกเดือน c = 12)
re =
=
=
=
|
1.005 |
XY |
12 |
- |
1 |
= |
0.061677811 |
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในเวลา 1 ปีคือ
0.0617´100 = 6.17%
ä
อัตราดอกเบี้ย 6.05% ทบต้นทุกหกเดือนจะมีผลในเวลา 1 ปีคือ 6.14%
(ให้ผู้เรียนทดลองคำนวณดูเอง)
ดังนั้น ในเวลา 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 6% ทบต้นทุกเดือน ซึ่งเทียบต่อปีได้ 6.17% จะมีค่ามากกว่าอัตราดอกเบี้ย
6.05%
ทบต้นทุกหกเดือนซึ่งเทียบต่อปีได้ 6.14% #
3.6 จากข้อ 3.2 ถ้านายสมหวังชำระไปแล้ว 40 งวด จงหาเงินต้นคงเหลือ
ในที่นี้ k = 40, n = 48, i
= 0.005, R = 11,742.51
เงินต้นคงเหลือหลังผ่อนไปแล้ว 40 งวดคือ
=
= 
การใช้เครื่องคิดเลข ให้ทำในวงเล็บ โดยทำตัวเศษก่อน ตามด้วยการหาร
แล้วจึงคูณตัวหน้าคือ 11,742.51 ดังนี้ (ลำดับการคำนวณ
สามารถทำได้หลายวิธี ผู้เรียนควรเลือกวิธีที่ตัวเองถนัด)
|
1 |
- |
1.005 |
XY |
8 |
± |
= |
¸ |
.005 |
´ |
11742.51 |
= |
91861.17706 |
||||
|
การทำตัวเศษ |
การหาร |
การคูณตัวหน้า |
การแสดงผลลัพธ์ |
|
||||||||||||
ดังนั้น
เงินต้นคงเหลือเมื่อชำระไปแล้ว 40 งวดคือ 91,861.18 บาท #
หรืออาจคำนวณจากรูปแบบต่อไปนี้ก็ได้ โดยเขียนใหม่ แล้วคำนวณจากทางซ้ายไปทางขวา
ดังนี้
= ![]()
![]()
อ้าว! ดอกเบี้ยหายไปไหนแล้วละ?

มาคลายเครียดกัน!